ข้อบังคับศูนย์



ข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยการบริหารและการดำเนินงานศูนย์พัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งศูนย์พัฒนาวิชาชีพทางการศึกษาเป็นส่วนงานภายในคณะ

ครุศาสตร์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ วรรคสี่ มาตรา ๑๘ (๒) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราซภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ในคราวประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ จึงออกข้อบังคับไว้ ดังนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนับทา ว่าด้วยการบริหาร และการดำเนินงานศูนย์พัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐”

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี๋ให่ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา “มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา “อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา “คณะ” หมายความว่า คณะครุศาสตร์ “คณบดี” หมายความว่า คณบดีคณะครุศาสตร์

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการอำนวยการศูนย์พัฒนาวิชาชีพทาง

การศึกษา

“คณะกรรมการประจำคณะ” หมายความว่า คณะกรรมการประจำคณะครุศาสตร์ “ศูนย์” หมายความว่า ศูนย์พัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา ข้อ ๔ ให้อธิการบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจออกประกาศ ระเบียบหรือ คำสั่ง เพื่อประโยซนไนการปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้

ในกรณีที่มีบีญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ให้อธิการบดีมีอำนาจวินิจฉัยและให้ถือ

เป็นที่สุด



หมวดที่ ๑
บททั่วไป

ข้อ ๕ ให้จัดตั้งคูนย์พัฒนาวิชาชีพทางการศึกษาเป็นส่วนงานภายในคณะครุศาสตร์ มีฐานะ เทียบเท่ากอง มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

(๑) ให้บริการทางวิชาการทางการศึกษา เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการศึกษาให้แก่ หน่วยงานของรัฐและเอกซน

(๒) สร้างเครือข่ายและพัฒนากิจกรรมด้านวิชาการกับสถาบันอุดมศึกษาในระดับ

นานาชาติ

(๓) ริเริ่ม จัดการพัฒนาหลักสูตร ดำเนินการโครงการ จัดอบรม สัมมนาและจัดหลักสูตร อบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้แก,หน่วยงานชองรัฐและเอกซน (๔) ดำเนินการใดๆ ตามที่คณะและหรือมหาวิทยาลัยมอบหมาย

หมวดที่ ๒
การดำเนินงาน

ข้อ ๖ ให้การดำเนินงานของศูนย์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ ซึ่งแต่งตั้งโดย อธิการบดีตามคำแนะนำของคณบดี เรียกว่า “คณะกรรมการอำนวยการศูนย์พัฒนาวิชาชีพทาง การศึกษา” ประกอบด้วย

(๑) คณบดี เป็นประธาน

(๒) รองคณบดีที่คณบดีมอบหมาย จำนวนสองคน เป็นกรรมการ

(๓) ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่คณบดีเสนอแต่งตั้ง จำนวนสามคน เป็นกรรมการ

(๔) ผู้อำนวยการ เป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้ผู้อำนวยการเสนอคณบดีแต่งตั้งบุคลากรของคณะเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความ

จำเป็น

ข้อ ๗ คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลการดำเนินงานของศูนย์ให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งศูนย์ โดยเฉพาะให้มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) กำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ให้สอดคล้องกับคณะและ มหาวิทยาลัย

(๒) กำกับ ดูแล ให้คำปรึกษาแนะนำผู้อำนวยการเกี่ยวกับการบริหารงานของศูนย์ (๓) พิจารณากลั่นกรองงบประมาณประจำปีของศูนย์เสนอต่อคณะกรรมการประจำคณะ เพื่อให้สภามหาวิทยาลัยอนุมัติ

(๔) พิจารณากำหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการในการดำเนินกิจกรรมหรือในการ ดำเนินงานของศูนย์

(๔) พิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานและรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน ด้านต่างๆ รวมทั้งรายงานการเงินและบัญชีของศูนย์

(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะและหรือมหาวิทยาลัยมอบหมาย

ข้อ ๘ ให้มีผู้อำนวยการคนหนึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของศูนย์ และอาจมี รองผู้อำนวยการตามจำนวนที่คณะกรรมการกำหนดเพื่อช่วยปฏิบัติงานตามที่ผู้อำนวยการมอบหมายก็

แ &

เด

เมื่อผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งให้รองผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งด้วย ข้อ ๙ ผู้อำนวยการต้องสำเร็จการศึกษาไม่ตํ่ากว่าระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยหรือ สถาบันอุดมศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และมีความรู้,ความสามารถรวมทั้งประสบการณ์ด้าน การศึกษาไม่น้อยกว่าสามปี

ให้อธิการบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนผู้อำนวยการตามข้อเสนอแนะของคณบดี ให้คณบดีเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนรองผู้อำนวยการตามข้อเสนอแนะของผู้อำนวยการ ข้อ ๑๐ คณะกรรมการและผู้อำนวยการมีวาระการดำรงตำแหน่งตามวาระการดำรง ตำแหน่งของคณบดี และอาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการและผู้อำนวยการพ้นจาก ตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย (๒) ลาออก

(๓) อธิการบดีให้ออกตามข้อเสนอของคณะกรรมการ เพราะเหตุประพฤติเสื่อมเสีย หรือ บกพร่องต่อหน้าหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ

(๔) ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงให้ออกจากงาน หรือถูกเลิกจ้างเพราะถูกสอบสวน วินัยอย่างร้ายแรงแต่ผลการสอบสวนทางวินัยไม่อาจลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงได้ (๔) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถืงที่สุดให้จำคุก (๖) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๗) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

การให้ออกจากตำแหน่งตาม (๓) ต้องมีคะแนนเสียงลงมติไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวน คณะกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

ข้อ ๑๑ ผู้อำนวยการมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) บริหารกิจการของศูนย์ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและประกาศของ มหาวิทยาลัยและของคณะและมติของคณะกรรมการ

(๒) เสนอเป๋าหมาย แผนงาน โครงการ งบประมาณและแนวทางการบริหารศูนย์ต่อ คณะกรรมการเพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์บรรลุวัตถุประสงค์

(๓) เสนอแผนงานประจำปี การดำเนินงาน โครงการเพื่อจัดหารายได้ต่อคณะกรรมการ (๔) เสนออัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ (๔) เสนอประกาศระเบียบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและการเงินของศูนย์ (๖) เสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลการดำเนินงานด้านต่างๆ ของศูนย์ รวมทั้งรายงาน การเงินและบัญชี ตลอดจนเสนอแผนการเงินและงบประมาณของปีถัดไปต่อคณะกรรมการ

(๗) เสนอความเห็นเกี่ยวการปรับปรุงการดำเนินงานของศูนย์ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไป ตามวัตถุประสงค์ต่อคณะกรรมการ

(๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการหรือคณะหรือมหาวิทยาลัยมอบหมาย ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้อำนวยการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือในกรณีที่ไม,มีผู้ดำรง ตำแหน่งผู้อำนวยการ ให้อธิการบดีแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการแต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปด สิบวัน

หมวด ๓

การบริการวิซาการแก่สังคมและการจัดหารายได้

ข้อ ๑๓ ศูนย์มีหน้าที่ในการให้บริการวิชาการแก่สังคมและจัดหารายไต้ ดังนี้ (๑) จัดอบรม สัมมนา หรือบริการวิชาการแก1บุคลากรทางการศึกษาหรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกซน

(๒) ผลิตและเผยแพร่องค์ความเทางด้านการศึกษาให้แก่บุคลากรทางการศึกษา หรือ หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้อธิการบดีโดยข้อเสนอชอง คณะกรรมการกำหนดโดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย ข้อ ๑๔ให้ศูนย์มีรายได้ประเภทต่างๆ ดังนี้

(๑) ค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่ได้รับจากการให้บริการวิชาการแก่สังคม หน่วยงานของรัฐ องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรภาคเอกซน มูลนิธิ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วน ท้องถิ่น

(๒) เงินสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย

(๓) เงินงบประมาณแผ่นดินที่ได้รับการจัดสรรให้แก่ศูนย์

(๔) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้

(๔) รายได้หรือผลประโยซน้อื่น

(๖) รายได้จากการจัดกิจกรรมของศูนย์

ข้อ ๑๔ รายได้ของศูนย์จะต้องจัดการเพื่อประโยชน์ของศูนย์หรือคณะ ภายในกรอบ วัตถุประสงค์ของศูนย์และหรือของมหาวิทยาลัย

ข้อ ๑๖ ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้รับผิดชอบจัดเก็บเงินรายได้ โดยมีหลักฐานการรับเงินตามที่ มหาวิทยาลัยกำหนด

ข้อ ๑๗ เงินรายได้ประเภทต่างๆ ของศูนย์ ให้นำฝากธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับความเห็นชอบ จากอธิการบดี โดยนำฝากในวันนั้นหรืออย่างช้าในวันทำการถัดไป ข้อ ๑๘ ให้ศูนย์มีรายจ่ายประเภทต่างๆ ดังนี้ (๑) รายจ่ายในการดำเนินงานตามภารกิจของศูนย์

(๒) รายจ่ายในการซื้อทรัพย์สิบเพื่อใช้ในการให้บริการวิชาการแก่สังคมและการจัดหา

รายได้

(๓) รายจ่ายอื่บที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้จ่ายได้

ข้อ ๑๙ การจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันให้เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยหรือของทาง ราชการ แล้วแต่กรณี

ข้อ ๒๐ โครงการหรือกิจกรรมในการดำเนินงานของศูนย์และการจัดหารายได้อาจมีเงินสด ไวไข้จ่ายได้ตามความเหมาะสม ตามจำนวนที่ผ้อำนวยการเห็นสมควรโดยความเห็นชอบของ

คณะกรรมการ

ข้อ๒๑ ในกรณีที่ศูนย์มีโครงการหรือกิจกรรมในการบริการวิซาการแก,สังคมและการจัดหา รายได้หลายโครงการ ให้แยกบัญชีรายรับรายจ่ายของแต่ละโครงการ

ข้อ ๒๒ ให้คณบดีแต่งตั้งเจ้าหน้าที่การเงินของศูนย์ เพื่อจัดทำรายงานการรับจ่ายเงินเสนอ ต่อคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการของทางราชการ หรือตามที่คณะหรือมหาวิทยาลัยกำหนด แล้วแต่กรณี

ข้อ ๒๓ ให้คณบดีแต่งตั้งบุคลากรหนึ่งซี่งมิใช่เจ้าหน้าที่การเงินเป็นเจ้าหน้าที่บัญชี เพื่อ จัดทำบัญชีและรายงานงบการเงินของศูนย์เสนอต่อคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการของทาง ราชการ หรือตามที่คณะหรือมหาวิทยาลัยกำหนด แล้วแต่กรณี

ข้อ ๒๔ ให้หน่วยตรวจสอบภายในเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของศูนย์อย่างน้อยปีละครั้ง ในกรณี ที่เห็นสมควรอธิการบดีอาจแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น เพื่อตรวจสอบหรือแต่งตั้งผู้สอบบัญชีคนหนึ่งหรือ หลายคนเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของศูนย์แทนก็ได้

ข้อ ๒๔ สำหรับโครงการจัดอบรม สัมมนาและบริการวิชาการตามข้อ ๑๓ เมื่อดำเนิน โครงการแต่ละโครงการเสร็จสิ้นแล้ว ให้ผู้อำนวยการจัดทำรายงานเสนอต่อคณบดี

หมวด ๔
การกำกับดูแล

ข้อ ๒๖ เพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์บรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง ให้คณบดีมีอำนาจ หน้าที่กำกับดูแลกิจการของศูนย์ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศนโยบาย มติหรือ คำสั่งของมหาวิทยาลัย ในการนี๋ให้คณบดีมีอำนาจสั่งให้ผู้อำนวยการขี้แจงหรือ รายงานข้อเท็จจริงหรือ รายงานผลการดำเนินการเรื่องหนึ่งเรื่องใดให้ทราบ และหากเห็นว่าการดำเนินงานของศูนย์ในเรื่องใด เป็นการดำเนินการโดยไม,ชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมติของ มหาวิทยาลัย หรือขัดต่อวัตถุประสงค์ของวิทยาลัย หรืออาจเกิดความเสียหายขึ้นกับคณะหรือ มหาวิทยาลัย ให้คณบดีมีอำนาจในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงหรือยับยั้งการดำเนินงานชองศูนย์หรือ ของผู้อำนวยการ แล้วรายงานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป



(นายกร ทัพพะรังสี)

นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏส'วนสุน้นทา